โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2552 09:02 น.
ร.ฟ.ท.สั่งตรวจสอบงบโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง "บางซื่อ-ตลิ่งชั่น" เพิ่มขึ้นเว่อร์เกือบพันล้าน พร้อมปัญหาสลัมบุกรุกในพื้นที่ก่อสร้างกว่า 3 พันหลังคาเรือน อาจทำให้แผนล่าช้า เพราะปัญหารื้อย้ายส่อบานปลาย หลังเกิดกรณีฟ้องร้อง
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยระบุว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวกำลังประสบปัญหาด้านเทคนิคก่อสร้าง เพราะเพิ่งตรวจพบว่า ปริมาณงานที่ต้องทำจริงมีมากกว่าที่ออกแบบไว้
ดังนั้น หากจะให้โครงการเดินหน้าต่อไป ร.ฟ.ท.ต้องหาเงินเพิ่ม คณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ที่มีนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน จึงสั่งการให้ฝ่ายบริหารไปจัดจ้าง สถาบันการศึกษามาตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้เวลา 1 เดือน
ทั้งนี้ ผลการประเมินเบื้องต้นคาดว่า คงเพิ่มเงินอีกไม่ถึง 1,000 ล้านบาท และน่าจะอยู่ในกรอบวงเงิน 13,000 ล้านบาท ที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติไว้ โดยช่วงประกวดราคา ร.ฟ.ท.ตั้งราคากลางไว้ที่ 8,748.40 ล้าบาท และผู้รับงาน คือ กลุ่มกิจการร่วมค้ายูนิค-ซุนวู จอยท์เวนเจอร์ (บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ และบริษัท CHUNWO CONSTRUCTION & ENGINEERING CO.,LTD) เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 1,000 บาท
"สำหรับงานก่อสร้างตอนนี้ไม่มีปัญหาอะไร ยูนิค-ซุนวู เขายังเดินหน้างานต่อ และเชื่อว่าเขามีศักยภาพ ทำงานได้ตามสั่งทั้งหมด เพียงแต่ว่าเราต้องหาเงินมาเพิ่มเท่านั้น ตอนนี้บอร์ดก็สั่งไปยังฝ่ายบริหารให้รีบตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นมาอย่างไร และหากต้องเพิ่มเงินจริงก็คงอยู่ที่หลักร้อยล้าน และคงไม่เกินกรอบ 13,000 ล้านที่ ครม.เคยอนุมัติไว้"
นอกจากปัญหาเนื้องานมากกว่าแบบก่อสร้างแล้ว ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ยังมีปัญหาเรื่องการรื้อย้ายพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างด้วย เพราะมีสิ่งปลูกสร้างและมีผู้บุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ถึง 3,084 หลังคาเรือน จนเกิดกรณีฟ้องร้อง โดยนายสุพจน์ กล่าวว่า ล่าสุดกลุ่มยูนิค-ซุนวู เพิ่งดำเนินการรื้อย้ายไปเพียง 10% เท่านั้น แต่ผู้รับงานยังเชื่อว่าจะทำการรื้อย้ายได้เสร็จตามแผนงาน
ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้น ล่าสุด ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้น (PQ) และคาดว่าจะเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดได้ในวันที่29 มิถุนายนนี้ ซึ่งบอร์ดได้กำชับฝ่ายบริหารตรวจสอบให้ดีด้วยว่าปริมาณงานกับแบบก่อ สร้างมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เพื่อไม่เกิดกรณีเช่น ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันอีก
ทั้งนี้ โครงการลงทุนทำรถไฟฟ้าสายบางซื่อ-รังสิต ดังกล่าว มีวงเงิน 77,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลัง เพิ่งลงนามกู้เงินกับ JICA เมื่อเดือนมีนาคม 2552 ในเงื่อนไขผ่อนปรน ดอกเบี้ย 1.4% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระ 25 ปี แต่ 7 ปีแรกปลอดเงินต้น และงวดแรกได้รับเงิน 23,341 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม หมอชิต-สะพานใหม่ ,สีเขียวอ่อน แบริ่ง-สมุทรปราการ และส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ กับหัวลำโพง-บางแค ขณะ นี้มีความพร้อมต่อการเปิดประมูลแล้ว รอเพียงเงินที่จะมาดำเนินโครงการเท่านั้น ซึ่งคาดว่า รฟม.จะได้เปิดประมูลทั้ง 3 สายทางดังกล่าวไม่เกินสิ้นปีนี้
สำหรับสายสีเขียว 2 สายทาง วงเงินลงทุน 64,832 ล้านบาท จะใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ ส่วนสายสีน้ำเงิน รวม 75,995 ล้านบาท โดยแบ่งดังนี้
ค่าก่อสร้างงานโยธา 48,821 ล้านบาท
ค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ 2,174 ล้านบาท และ
ระบบกับตัวรถไฟฟ้า 25,000 ล้านบาท
จะกู้จากต่างประเทศ
ขณะนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังพิจารณาหาแหล่งเงินกู้ หลังจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ปฏิเสธที่จะกู้เงินแบบดอกเบี้ยพิเศษสุด (step loan) 0.2% จากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น (JICA) เพราะมีเงื่อนไขที่ทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ส่วนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินอีก 5,900 ล้านบาท ใช้เงินงบประมาณประเทศ
//--------------------------------------------------------------------
หั่นเงินกู้รสก.คลังส่งคนคุม รฟท.ชุ่ยค่าก่อสร้างบายปลาย
คอลัมน์ เศรษฐกิจ
ไทยโพสต์ 29 มิถุนายน 2552 - 00:00
หั่นทิ้งแผนกู้เงินของรัฐวิสาหกิจอื้อซ่า เผย "กรณ์" เซ็งขอกู้เว่อร์ เล็งส่งคนคลังควบคุมรถไฟฯ ชุ่ยค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าบางซื่อ-ตลิ่งชันไม่ตรงกับปริมาณงานจริง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2552 ที่ปรับปรุงล่าสุดนั้น ได้มีการปรับลดแผนการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจลงไปราว 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีความพร้อมหรือเหมาะสมที่จะกู้เงินในปีงบประมาณนี้ อาทิ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ลดไปประมาณ 2,700 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลดไป 8,000 ล้านบาท การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ลดไป 7,000 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ลดไป 3,000 ล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ลดไป 8,000 ล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แสดงความเป็นห่วงว่าการกู้เงินเพื่อลงทุนของรัฐวิสาหกิจในแต่ละปีนั้นไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งๆ ที่ตอนจัดทำแผนการกู้เงินนั้นรัฐวิสาหกิจมักจะขอวงเงินกู้เอาไว้เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ดำเนินการ ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ
แหล่งข่าวกล่าวว่า รมว.คลังมีแนวคิดว่า น่าจะเพิ่มบทบาทกระทรวงการคลังในการเข้าไปให้คำแนะนำ รวมถึงเข้าไปกำกับดูแลในเรื่องการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งให้มากขึ้น จากเดิมที่รัฐวิสาหกิจจะดูแลเอง แต่ก็ยอมรับว่าการเข้าไปดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะรัฐวิสาหกิจเองก็คงไม่ต้องการให้กระทรวงการคลังเข้าไปควบคุมมากเกินไป
ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันว่า ล่าสุดกำลังประสบปัญหาด้านเทคนิคก่อสร้างเพราะเพิ่งตรวจพบว่าปริมาณงานที่ต้องทำจริงมีมากกว่าที่ออกแบบไว้ ดังนั้นหากจะให้โครงการเดินหน้าต่อไป ร.ฟ.ท.ต้องหาเงินเพิ่ม ซึ่งคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.ที่มีนายถวัลย์ รัฐอ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน จึงสั่งการให้ฝ่ายบริหารไปจัดจ้างสถาบันการศึกษามาตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยให้เวลา 1 เดือน
ทั้งนี้จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าคงเพิ่มเงินอีกไม่ถึง 1,000 ล้านบาท และน่าจะอยู่ในกรอบวงเงิน 13,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ โดยช่วงประกวดราคา ร.ฟ.ท.ตั้งราคากลางไว้ที่ 8,748.40 ล้านบาท และผู้รับงาน คือ กลุ่มกิจการร่วมค้ายูนิค-ซุนวู จอยท์เวนเจอร์ (บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งแอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ และบริษัท CHUNWO CONSTRUCTION & ENGINEERING CO.,LTD) เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 1,000 บาท
อย่างไรก็ดี การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายดังกล่าวนี้ยังมีปัญหาเรื่องการรื้อย้ายพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างด้วย เพราะมีสิ่งปลูกสร้างและมีผู้บุกรุกเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ถึง 3,084 หลังคาเรือนจนเกิดกรณีฟ้องร้อง โดยล่าสุดกลุ่มยูนิค-ซุนวู เพิ่งดำเนินการรื้อย้ายไปเพียง 10% เท่านั้น แต่ผู้รับงานยังเชื่อว่าทำการรื้อย้ายได้เสร็จตามแผนงาน
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตนั้น ขณะนี้ ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างการกำหนดคุณสมบัติเบื้องต้น (PQ) และคาดว่าจะเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดได้ในวันที่ 29 มิถุนายน 2552.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น